แรงบันดาลใจเยอะ

แรงบันดาลใจเยอะ “มาร์เกซกลับมาไม่เป็นผลต่อผม” : โจอัน เมียร์

แรงบันดาลใจเยอะ โจอันเมียร์แชมป์โลกโมโตจีพีคนเดี๋ยวนี้จาก กลุ่มซูซูกิเอ็คสตาร์

แรงบันดาลใจเยอะ ออกโรงเปิดเผยว่าการกลับมาของ มาร์คมาร์เกซมิได้ส่งผลอะไรก็ตามต่อสิ่งจูงใจของตน กับการแข่งขันชิงชัยในช่วงฤดูกาลนี้ ชี้ “ข้อบกพร่อง” ของรถแข่งจีอาร์เอ็กซ์-อาร์อาร์ กลายเป็น “ลักษณะเด่น” ที่ปอร์ติเมา เมียร์สร้างผลงานอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะไต่ขึ้นได้แชมป์โลกโมโตจีพี คราวแรกในปี 2020

ตอนที่ มาร์เกซนั้นมิได้ลงแข่งขันตลอดทั้งปี ด้วยเหตุว่าการบาดเจ็บที่ต้นแขนขวา จากการพลาดล้มตั้งแต่สนามแรกที่เฆเรซ ในกรกฎาคม ช่วงเวลาเดียวกัน เมียร์ยังคงถูกตั้งปัญหาว่าการที่เขาครองแชมป์โลกได้นั้น เป็นเพราะเหตุว่าในโมโตจีพี ขาดนักบิดที่ดีเยี่ยมที่สุดของสมัยไปหรือเปล่า?

มาร์เกซคัมแบ็กลงบิดได้อีกทีข้างหลังห่างหายไปนาน 9 เดือน โดยเปิดฉากแทร็กครั้งแรกสำหรับเพื่อการฝึกซ้อมในวันศุกร์ ที่ อัลการ์ฟ ระหว่างชาติ เซอร์กิต พร้อมทั้งจบวันแรกด้วยชั้น 6 ของตารางเวลารวม ส่วน เมียร์รั้งชั้น 3 เมียร์สารภาพว่าเขามิได้สนเท่ห์ใจอะไรที่มองเห็น มาร์เกซกล้าแกร่งตั้งแต่หนแรกที่กลับมา

พร้อมเปิดเผยว่า “นั่นเป็นอย่างเดียวที่ผมมุ่งมาดจะได้มองเห็นจากเขา” ผมไม่เซอร์ไพรส์อะไรนะ กับประสิทธิภาพของ มาร์ค พวกเราทราบว่าตรงนี้ (ปอร์ติเมา) ฮอนด้าปฏิบัติงานกันได้ดี และก็พวกเขาก็มีความเร็ว เมียร์กล่าว แล้วก็สมรรถนะที่ มาร์ค มีนั้น เขาจะก้าวไปสู่ 100% ได้ รวมทั้งเขาจะสามารถสนับสนุนมันถัดไปได้

เขาทราบขั้นตอนการควบคุมรถแข่งโมโตจีพี อย่างดีเยี่ยม แล้วก็มันก็คือเรื่องธรรดาที่เขาจะมีความเร็ว ผมไม่ฉงนใจอะไร เพราะว่าทุกอย่างที่เขาทำในวันนี้เป็นสิ่งที่ผมมุ่งมาดจะได้มองเห็นอยู่แล้ว เมื่อถูกถามว่า การกลับมาของ มาร์เกซในปี 2021 ได้กระตุ้นให้เขามีแรงบันดาลใจเยอะขึ้นเรื่อยๆหรือเปล่า ข่าวโมโตจีพี

สำหรับการคุ้มครองป้องกันแชมป์โลก, เมียร์พูดว่า มันมิได้ส่งผลอะไรต่อผม มิได้กระตุ้นหรือหยุดแรงกระตุ้นอะไรก็ตามของผมเลย ผมยังคงใส่เต็มที่ด้วยสิ่งที่ผมพากเพียรอย่างเต็มเปี่ยม ส่วนเรื่องของบุคคลอื่นมันก็คือปัญหาของพวกเขา ผมก็เลยเพียรพยายามอย่างเต็มเปี่ยมและก็กลับไปอยู่ที่บ้านด้วยความพอใจ

สำหรับเพื่อการฝึกวันแรกนักบิดซูซูกิอีกทั้ง 2 คน ทำผลงานได้อย่างดียิ่ง โดยอีกทั้ง เมียร์รวมทั้งกลุ่มเมทอย่าง อเล็กซ์ รินส์ จบรอบเอฟพี2 ด้วยการรั้งท็อปไฟว์ ภายหลังเลียนแบบการวิ่งแบบ “ควอลิฟาย” สำหรับในการฝึกครั้งที่ 2 ดังนี้ เมียร์เปิดเผยว่าเขาไม่เชื่อว่ารถแข่งจีเอสเอ็กซ์-อาร์อาร์ จะเหนือกว่าสำหรับเพื่อการชิงชัยที่ปอร์ติเมา มากยิ่งกว่าสนามอื่น ๆ

ผมไม่คิดว่าพวกเราจะเหนือกว่าอะไรเท่าไรนักในทุกๆจุด แม้กระนั้นพวกเราก็มีการดำเนินงานที่ดีทุกจุดในทุกสนามนี้ เมียร์ชี้แจง สิ่งนี้ทำให้ฐานรากของรถแข่งออกมาดี ผมไม่เคยทราบว่าพวกเราดีมากยิ่งกว่ากลุ่มอื่นๆมากแค่ไหน แม้กระนั้นเพียงแค่พวกเราลงบิดบนแทร็กรถแข่งขันซูซูกิ ทั้งคู่คันก็มีความเร็วแล้ว มันแปลงเป็นว่า “ข้อเสีย” ของจีเอสเอ็กซ์-อาร์อาร์ กลายเป็นข้อดีในสนามที่นี้

สร้างความยุ่งยาก

แรงบันดาลใจเยอะ เมียร์โอดจำต้องฝ่าฝืนธรรมชาติกับรถแข่งซูซูกิ ในรอบควอลิฟาย

แรงบันดาลใจเยอะ โจอันเมียร์แชมป์โลกโมโตจีพี ชาวสแปนิชจาก กลุ่มซูซูกิเอ็คสตาร์ออกโรงเปิดเผยว่ายังอาจจะเผชิญปัญหาอย่างมากกับ “การควอลิฟาย” ชี้จำเป็นต้องบิดแบบฝ่าฝืนธรรมชาติภายใต้รถแข่งจีเอสเอ็กซ์-อาร์อาร์ เพื่อคาดคั้นหาเวลาต่อรอบ

การหาเวลาต่อรอบแบบ “ไทม์ แอ็ทแท็ค” ไม่เคยเป็นคุณลักษณะเด่นของซูซูกิ ตั้งแต่แมื่อพวกเขาคัมแบ็กสู่โมโตจีพี โดย เมียร์นับเป็นแชมป์โลกคนแรกในรอบ 31 ปี ต่อจาก เวย์น เรนนีย์ ที่ครอบครองแชมป์โลกโดยไม่มีตำแหน่งโพลซูซูกิ คว้าโพลได้เพียงแต่ครั้งเดียวตั้งแต่แมื่อคัมแบ็กสู่โมโตจีพี ในปี 2015 จากการบิดของ อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร ในศึก คาตาลันกรังด์ปรีซ์

ซึ่งในเวลานั้นเขาได้ออกสตาร์ทจากแถวหน้าแบบ 1-2 ใกล้เคียง มาเวริค บีญาเลส สำหรับการชิงชัยที่กาตาร์ อีกทั้ง 2 สนาม เมียร์ไม่สามารถที่จะผ่านไปสู่รอบคิว2 ได้แบบอัตโนมัติ เพราะเหตุว่าเวลารวมในรอบฝึกซ้อมที่ตกอับ ก่อนที่จะมาแก้ตัวได้รวมทั้งทำเป็นดีเยี่ยมที่สุดเพียงแต่คว้ากริดที่ 10 รวมทั้ง 9 จากทั้งคู่เรซ “พวกเรายังมีงานหนักจะต้องทำ”

เมียร์เอ๋ยถึงปัญหาในรอบควอลิฟายของซูซูกิ พวกเราอยู่ห่างจากแถวหน้าแต่ว่าก็กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยรวมทั้งพวกเราทราบว่าจะต้องปรับแก้จุดไหน เนื่องจากว่ามันยากมากมายๆสำหรับผมสำหรับเพื่อการหาเวลาต่อรอบ ผมจะต้องขี่ในสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งนั่นไม่ใช่ธรรมชาติของตัวผมเลย กับการคาดคั้นหาเวลาต่อรอบ

เมียร์กล่าว ถึงแม้ เมียร์จะได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 10 แต่ว่าเขาก็ขึ้นมาต่อสู้ลุ้นชั้น 2 ได้ในเรซแรก ก่อนโดนไม่ยอมรับโดยสองนักบิดดูคาติ จนถึงตกลงไปจบเรซในชั้น 4 และก็คว้าชั้น 7 ในเรซที่ 2 ด้วยคาแร็กเตอร์ของ แชสซีส์ซูซูกิ ทำให้ เมียร์และก็ อเล็กซ์ รินส์ ไม่สามารถที่จะจะคาดคั้นขณะที่ดีได้ในรอบควอลิฟาย ดูบอลสด

แม้กระนั้นพวกเขาก็ยังคงยืนกรานว่า “การแก้ไขผลควอิฟาย เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นที่จะต้องรีบขจัดปัญหา ผมจะมีความวิตกกังวลรวมทั้งเครียดมากยิ่งกว่าธรรมดาในวันเสาร์ มันมากยิ่งกว่าในวันอาทิตย์เสียอีก”

เมียร์เห็นด้วย มันเป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องรีบปรับแต่ง เพราะว่าไม่ใช่เครื่องธรรมดาเลยที่เวลาต่อรอบของพวกเราห่างจากคู่แข่งขันขนาดนั้น ตอนท้ายแม้คุณมองจาก “เรซเพซ” พวกเราชอบทำก้าวหน้าเสมอ แล้วก็อยู่ในแนวทางที่ดี แม้กระนั้นสิ่งที่แตกต่างจากปกติเป็น คู่ปรปักษ์ของพวกเราจะสามารถปรับแต่งเวลาต่อรอบได้ 1 วินาที หรือ 1 วินาทีครึ่งในรอบควอลิฟาย

ธรรมดาแล้วผมเป็นมีสไตลด์ที่ดุเดือดมากมาย รวมทั้งโดยธรรมดาการจะหา ฟลายอิ้ง แล็ป นักบิดจำเป็นต้องดุเดือดเสมอ คุณจำเป็นจะต้องคาดคั้นหนักๆและก็ช่วงท้ายคุณจำเป็นต้องเบรกแบบโหดเหี้ยมๆรวมทั้งนั่นเป็นสิ่งที่ผมเป็น แต่ว่าสำหรับรถแข่งคันนี้ คุณจึงควรนุ่มนวลกับมัน รวมทั้งบิดด้วยความบรรเทาสุดๆ

ดูบอลสด

เมียร์จวก “มิลเลอร์” เจตนาผิดกติกาสุดอันตรายโดฮาจีพี

แรงบันดาลใจเยอะ โจอันเมียร์แชมป์โลกโมโตจีพีจาก กลุ่มซูซูกิเอ็คสตาร์ออกโรงจวก แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดออสซี่จากดูคาติ เลโนโว กลุ่ม ว่าตั้งใจเล่นผิดกติกา “สุดอันตราย” ในจังหวะบี้กันที่โดฮากรังด์ปรีซ์ สนามที่ 2 ของโมโตจีพี เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ชี้ “ไม่มีความยำเกรง” ต่อนักบิดผู้อื่น เมียร์แซงแบบ “นิสัยเสีย” ใส่ มิลเลอร์ ในโค้ง 10 ของรอบที่ 13 ซึ่งมีจังหวะปะทะกันกระทั่งนักบิดออสซี่เสียหลัก ในศึกโดฮากรังด์ปรีซ์ ซึ่งได้ผลจากที่พวกเขาแข่งขันกันอย่างมากเพื่อชิงชั้น 5

อย่างไรก็แล้วแต่ ทั้งสองปะทะกันอีกรอบในตอน “ทางตรงหลัก” ภายหลังจากเรื่องแรกเพียงนิดหน่อย ซึ่งหลังจากนั้น “เรซ ไดเร็กเตอร์” วินิจฉัยว่าเป็น “เหตุที่เกิดขึ้นได้สำหรับเพื่อการแข่ง” เพราะเหตุว่าไม่มีอะไรกระทบต่อเรซ

เมียร์ออกโรงแสดงอารมณ์ว่า มิลเลอร์ ตั้งใจกระทบกระทั่งในช่วงเวลาที่ทราบว่า “ตัวเอง” อยู่ในจุดไหน กับ “ตั้งคำถาม” กับการวินิจฉัยของ “สจ๊วต” ที่ไม่มีการลงทัณฑ์อะไรก็แล้วแต่กับนักบิดออสซี่ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับ แจ็ค ในโค้ง 10 น่ะหรอ มันก็แค่จุดที่ผมแซง และก็ผมอยู่ในตำแหน่งที่ถูก เมียร์เอ่ยถึงจังหวะแรกที่ตนแซงรวมทั้งชนกับล้อหลังของ มิลเลอร์

แต่ว่าต่อไปเขา (มิลเลอร์) ตกลงใจจะอยู่ที่ไลน์นอก เพื่อจะบานออกข้างนอก พวกเราสัมผัสกันนิดเดียว หลังจากนั้นผมรีบดึงรถยนต์กลับขึ้นมา มันราวกับเป็นการเปิดศึกที่ผมเข้าใจในเรื่องการเสี่ยงดี แม้กระนั้นมันก็มิได้เกินลิมิต ผมมีความรู้สึกว่ามันยังโอเคอยู่ สร้างความยุ่งยาก

รวมทั้งผมก็รีบขยับขาเพื่อแสดงการขออภัยด้วยเหตุว่าผมหลีกเลี่ยงจังหวะนั้นมิได้จริงๆแม้กระนั้นต่อจากนั้นในรอบเดียวกัน ผมบานในโค้งสุดท้าย แล้วก็เมื่อกลับไปสู่ไลน์ผมมองเห็น แจ็ค เขาพุ่งมาโดยที่ก็มองเห็นผมอยู่ที่ตรงนั้น ผมจะต้องเดินหน้าไปบน เคิร์บ แล้วก็เขาก็ตรงมาหาผมจนถึงพวกเราชนกัน

พวกเราชนกันที่ทางตรง ด้วยเหตุนั้นผมรู้สึกว่ามันเสี่ยงมากมาย รวมทั้งเป็นการปะทะที่โคตรอันตราย ผมรู้สึกว่าเขาตั้งอกตั้งใจทำแบบงั้น แม้คุณได้มองเห็นรวมทั้งเทียบจังหวะของ อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร กับผม รวมทั้งจังหวะของ แจ็ค กับผม เขาวิ่งบานออกมาในโค้งสุดท้าย เขามองเห็นผมบิดมาเขาก็อยู่ในไลน์นอก