พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง

พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง ถามถึงประสบการณ์บนสนามของนักแข่งซิ่ง

พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง น่ารู้ไปกับเรื่องที่นักแข่งบอกเองว่าเป็นอย่างไร พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง

พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง 1.นักแข่งใน กรังด์ปรีซ์มอเตอร์ไซเคิลเรซซิ่ง จะใช้ความเร็ว ในการขับขี่ รถแข่งเฉลี่ย เกินกว่า 100 ไมล์ ระหว่าง การแข่งขัน ซึ่ง สมิท ได้บอกว่า เขาทำความเร็วสุงสุด ของทีม ด้วยความเร็วสูงสุด 215 ไมล์

แต่เมื่อมี การเปิดบิดคันเร่ง ในจังหวะต่างๆ ของการแข่งขันแล้ว โดยเฉลี่ย ระหว่าง การแข่งขัน จะใช้ความเร็วเฉลี่ย ประมาณ 110 ไมล์ มองต่างมุมกัน

“ รถแข่งที่ผมขี่ มีกำลังถึง 250แรงม้า มากกว่า รถยนต์ที่ผมใช้ซะอีก กับสองล้อ ของรถแข่งกรังด์ปรีซ์ ในเกียร์ห้า คุณสามารถเร่ง 0-60 ไมล์ ในเวลาเพียง 2.6 วินาทีเท่านั้น”

2. รถแข่งจะมีน้ำหนักเป็นสองเท่าของน้ำหนักเฉลี่ยผู้ชายตัวใหญ่ ดังนั้น เมื่อจะต้องมาควบคุมรถแข่ง คุณจะต้อง แข็งแรงของ ร่างกายให้ถึง

“ รถแข่งของผม หนักประมาณ 160 ก.ก. ซึ่งถือว่า หนักพอสมควร เมื่อต้องขี่มัน วนอยู่ในสนามแข่ง คุณต้องมี กำลังมีความแข็งแกร่งมาก พอที่จะควบคุมมัน ”

นอกจากการฝึกซ้อม ในสนามแข่งแล้ว สมิท จะต้องเข้ายิม เพื่อฝึกสมรรถนะร่างกาย ที่เรียกว่า ”อย่างจริงจัง” โดยเฉพาะใน ส่วนของแขน ,

ไหล่ และลำตัว เพื่อให้มี ความแข็งแกร่ง และทนทาน เพื่อที่จะรับ ”แรง” จากการควบคุม รถแข่งที่มีน้ำหนักมาก ในขณะที่ใช้ ความเร็วสูงเช่นนั้น

“การแข่งรถ อาจจะดู เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่สำหรับ ผมบอกได้เลยว่า มันเป็นงาน ที่ต้องจริงจัง และซีเรียสอย่างยิ่ง ที่จะต้องดูแล ร่างกายให้ อยู่ในสภาพที่ ฟิตสมบูรณ์”

3.นักแข่งจะสูญเสียน้ำ(เหงื่อ)มากถึง 2 ลิตร ระหว่างการแข่งขัน เป็นความจำเป็น อย่างยิ่งสำหรับ การแข่งรถจักรยานยนต์ ที่นักแข่งจำเป็น จะต้องมี ความแข็งแกร่ง ของสภาพร่างกายอย่างมาก เพราะด้วย สภาพการแข่งขัน

โดยเฉพาะในเกมระดับโลก ด้วยแล้ว จะมีผลอย่างยิ่งต่อความเมื่อยล้า อ่อนเพลียของร่างกายระหว่างที่แข่งขัน มากกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ

“ อาจจะเรียกได้ว่ามันเป็นความเลวร้ายอย่างยิ่งเมื่อต้องลงแข่งในสภาพอากาศที่ร้อน อย่างอากาศร้อนระดับ 36องศาที่มาเลเซีย หรือ ความชื้นระดับ70เปอร์เซ็นต์ที่ญี่ปุ่น มันมีผลโดยตรงที่ก่อให้เกิดความร้อนภายในร่างกาย

พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง

รวมทั้งยังก่อ ให้เกิดความตึงเครียด

ยิ่งขึ้นกับกล้ามเนื้อ ในขณะที่ แข่งขันอยู่นั้น บ่อยครั้ง ที่หลังแข่งขันแล้ว พบว่าเสียเหงื่อมาก ถึงสองลิตร ในเวลาเพียง 45 นาที” ข่าวโมโตจีพี

4.ขณะอยู่ในโค้งหน้าสัมผัสยางกับพื้นผิวน้อยมาก ทั้งยางเดิม ก่อนหน้านี้ของ บริดจสโตนขนาด 16.5 นิ้ว และ ยางปัจจุบันของ มิชลิน ขนาด 17 นิ้ว ต่างก็ถูกออกแบบ มาเป็นพิเศษเพื่อ ให้มีความหนึบ

ที่จะสามารถ ยึดเกาะได้ดี ในขณะแข่งขัน โดยเฉพาะ ขณะอยู่ในโค้ง “ ปกติทั่วไป ในโค้งเราจะเลี้ยวทำมุม 55 องศา ดังนั้นพื้นที่ ของหน้าสัมผัสยาง จึงมีไม่มากนัก ต้องบอกว่า ด้วยความเร็ว ที่ใช้กันนั้น ประสิทธิภาพ ของยาง นั้นมันสุดยอดมาก

แน่นอนว่า มันไม่ใช่เนื้อยาง ธรรมชาติ แต่เป็น กระบวนการ ทางเคมีที่ พัฒนามา เพื่อสร้างส่วนผสม ของเนื้อยาง ให้มีคุณสมบัติที่ดี สำหรับการแข่งขัน โดยเฉพาะ มันคือ ความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์ อย่างแท้จริง

อีกทั้งในขณะฝนตกเราก็สามารถใช้ยางแข่งขันด้วยความเร็วเฉลี่ยต่อรอบสนามในระดับ 95 อย่างสบายๆ แต่ทว่ายางที่เราใช้กันนี้ ถ้าตีเป็นมูลค่าของเงินถือว่าไม่ถูกเลย เฉลี่ยแล้วมันมีมูลค่าประมาณ 1,000 ยูโร ต่อคู่ ”

5. หนังจิงโจ้ ช่วยให้มีความปลอดภัยในการแข่งขัน มันซับแรงและลดความรุนแรงได้อย่างยอดเยี่ยม “ ชุดแข่งของผมผลิตจากหนังจิงโจ้ เพราะมันเป็นหนังที่มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่น และให้ตัวได้ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ ดูบอลสด

มันเปรียบได้กับผิวหนังชั้นที่สองของเรา และคุณสมบัติของมันช่วยให้การเคลื่อนไหวตัวของผมขณะอยู่บนรถแข่งทำได้โดยง่าย ด้วยความหนาเพียง 3-5 ม.ม.-ของหนังจิงโจ้นี้ มันสามารถปกป้องตัวผมได้อย่างยอดเยี่ยม ”