จัดลงรายนาม
ข่าวมอเตอร์ไซค์

จัดลงรายนาม สัญญายังคงยืดไปอีกจนถึงอีกปีหน้านู้นเลย

จัดลงรายนาม ลงชื่อ 5 ปี คัมแบ็กตั้งแต่ปี 2022

จัดลงรายนาม “เกรซินี” ยอดกลุ่มแข่งขันเชื้อชาติอิตาเลียน เซ็นชื่อ 5 ปี กับ “ชมรมทีมแข่งนานาชาติ” คอนเฟิร์มคัมแบ็ก โมโตจีพี อีกรอบในปี 2022 พร้อมกลับมาสร้างความสำเร็จอีกทีในฐานะกลุ่มอิสระกับ พรีเมียร์คลาส ภายหลังที่ยื้อ

ฟาอุสโต เกรซินี บอสใหญ่ของ เกรสินี เรซซิ่ง กลุ่ม รับรองอย่างเป็นทางการว่าพวกเขา “ล็อกจุดหมาย” ที่จะกลับไปชิงชัยในคลาสสูงสุดของ โมโตจีพี อีกรอบ

หลังจากที่ถอยออกมาดูแลกลุ่มแข่งขันภายใต้การจ้างแรงงานของผู้สร้างอื่นๆเช่น อพริเลีย ในตอนนี้ ปัจจุบัน เกรซินี เผยออกมาว่าพวกเขาได้ลงชื่อกับ “ชมรมกลุ่มแข่งนานาชาติ” (IRTA) เป็นระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2022-2026

ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของกลุ่มแข่งจาก “ฟาเอนซ่า” ว่าจะสามารถกลับมาสร้างความใหญ่โตอีกรอบได้หรือเปล่า สำหรับ เกรซินี เรซซิ่ง จัดลงรายนาม

เปิดตัวหนแรกใน “พรีเมียร์คลาส” เมื่อปี 1997 แล้วก็บรรลุผลสำเร็จอย่างช้านานในฐานะกลุ่มอิสระ ด้วยการเก็บมาได้ 40 โพเดี้ยม แล้วก็เป็นการคว้าแชมป์ได้ 14 ครั้ง พร้อมกับความร้องแชมป์โลกในคลาสได้ 3 ยุค

“พวกเรายินดีที่จะประกาศให้รู้ดีว่าได้บรรลุกติกากับ IRTA กับการที่กำลังจะได้มองเห็น เกรสินี เรซซิ่ง กลับมาโลดแล่นใน โมโตจีพี เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่แมื่อปี 2022 เป็นต้นไป

ด้วยเหตุนี้ พวกเราจะส่งกลุ่มลงแข่งขันในฐานะกลุ่มอิสระถัดไป ซึ่งในเป็นโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจแล้วก็ตื่นเต้นมากมายๆแล้วก็เราจะเผยเนื้อหาให้รู้เป็นระยะ” ฟาอุสโต เกรสินี กล่าว

จัดลงรายนาม

กวาร์ตาราโร” ซิวรางวัล TISSOT Pole of Poles 

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดเฟรนช์เอารางวัล TISSOT Pole of Poles 2020 ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์นาซิอองนาล เซอร์กิต จาก ทิสโซต์

ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ โมโตจีพี ด้วยรางวัลสุดพิเศษ “นาฬิกา ลิมิเต็ด อิดิชั่น” สุดหรู หลังเก็บโพลได้มากที่สุดในช่วงฤดูกาลนี้ ข่าวโมโตจีพี

กวาร์ตาราโร ที่บิดให้กับ ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ในช่วงฤดูกาล 2020 คว้าโพลไปครอบครองได้ 4 ครั้ง สูงที่สุดเหนือนักบิดผู้อื่นพร้อมกันนี้ นักบิดเฟรนช์ยังแปลงเป็นผู้ที่ทำสถิติเวลาต่อรอบสำหรับการควอลิฟาย สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์คลาส

ส่วนในรุ่น โมโตทู รางวัล TISSOT Pole of Poles 2020 เป็นของนักบิดอังกฤษอย่าง แซม โลวส์ ที่คว้าโพลไปทั้งปวง 3 ครั้ง โดยนับเป็นงานหินสุดๆกับการประลองในคลาส โมโตทู ซึ่งมีการแข่งขันสูงมากมายในช่วงฤดูกาลนี้

ในช่วงเวลาที่ ราอูล เฟอร์นันเดซ ดาวรุ่งชาวสแปนิชจาก เรดบูลล์ เคทีเอ็ม เอโย ที่เก็บโพลโพสิชั่นได้ถึง 6 ครั้งในปีนี้ก็ครอบครองรางวัล TISSOT Pole of Poles 2020 ในคลาส โมโตทรี ได้แบบแบเบอร์

จัดลงรายนาม

การเสี่ยงอันตราย ยิ่งใหญ่แม้กระนั้นถึงเวลาเปลี่ยนแปลง

เปาโล ซิอาบัตติ ผู้อำนวยการกีฬาของ ดูคาติ ซ้ำเติมว่า “การบรรลุเป้าหมาย” ด้วยกันกับ อันเดรีย ตลอด 8 ปี หมายถึง “การเสี่ยงอันตราย” ที่ยิ่งใหญ่

ยกเป็นนักบิดที่ดีที่สุดในของกลุ่มต่อจาก เคซีย์ สโตเนอร์ แม้กระนั้นเดินทางมาถึงจุดที่จำต้องก้าวสู่ประวัติศาสตร์คนใหม่ ดูบอลสด

โดวิซิโอโซ ประสบความสำเร็จกับ ดูคาติ อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการคว้ารองแชมป์โลกได้ถึง 3 ยุคต่อเนื่องกัน แม้ว่าจะยังก้าวไปไม่ถึงตำแหน่งสูงสุด แต่ว่านับว่าเป็นนักบิดที่ต่อสู้กับ มาร์ค มาร์เกซ ได้อย่างเข้มข้น

ผู้ครอบครองลำดับที่ 04 ตกลงใจแยกทางกับกลุ่มข้างหลังสิ้นฤดู 2020 หลังจากที่ไม่สามารถหาบทสรุปที่ดีด้วยกันได้ โดย มองติดอยู่ว่ากล่าว โปรโมต แจ็ค มิลเลอร์

แล้วก็ ปรานเชสโก บันยาญ่า ขึ้นมาบิดในกลุ่มใหญ่ ตอนที่ ประกาศพักการแข่งขันชิงชัยหนึ่งปี รวมทั้งหวังที่จะคัมแบ็กให้ได้ในปี 2022

สิอาบัตติ ย้ายมาร่วมงานกับกลุ่มโรงงานดูคาติใน โมโตจีพี ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ โดวิสิโอโซ โยกมาร่วมทีมเหมือนกันในปี 2013 บอกว่า

“พวกเรามีความสุกล้นหลามกับการบรรลุผลด้วยกันกับ อันเดรีย โดวิสิโอโซ เขาเป็นนักบิดคนปัจจุบันที่อยู่กับพวกเรายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ มันเป็น 8 ปีที่ยิ่งใหญ่ในการร่วมงานกันใน โมโตจีพี”

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคว้าแชมป์ 14 เรซ แล้วก็คว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกได้ 3 ยุคติดต่อกัน มันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” มันน่าเวทนาเมื่อความสัมพันธ์อย่างนี้จะต้องจบลง” สิอาบัตตำหนิ กล่าว

“ผมคิดว่ามันแน่ชัดนะกับเหตุผลของทั้งสองฝ่าย (ดูคาติ และก็ โดวิสิโอโซ) บางครั้งมันก็คือความจริง หลังจากร่วมงานกัน 8 ปี มันก็จำเป็นต้องเดินทางมาถึงการเปิดประวัติศาสตร์คนใหม่ และก็พากเพียรทำข้อแตกต่าง กับพลังงานใหม่ๆ”

“แม้กระนั้นผมรู้สึกว่าการผจญภัยใน 8 ปีนี้ร่วมกัน แล้วก็ผลลัพธ์ที่ความสำเร็จมันเด่นชัดแล้วว่า โดวิสิโอโซ เป็นหนึ่งในนักบิดที่ดีเยี่ยมที่สุดของพวกเรา

ต่อจาก เคซีย์ สโตเนอร์ ที่คว้าชัยชนะในกรังด์ปรีซ์เยอะแยะให้กับ ดูคาติ” “นี่เป็นสิ่งที่พวกเราจะจำเสมอ” สิอาบัตติเตียน ตบท้าย