จะเอายังไง
ข่าวแข่งรถ

จะเอายังไง สำหรับระบบทางทีมใหญ่จะยืดอายุอีกไหม หรือจะไม่

จะเอายังไง ต้องเคาะเรื่องทีมว่างภายในเดือนเมษายน 

จะเอายังไง ดาวิเด บริวิโอ บอสใหญ่ของกลุ่ม ซูซูกิ เอ็คสตาร์ ขีดเส้นตายให้ “กลุ่มโรงงานซูซูกิ” ว่าจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่อง “กลุ่มอิสระ” ด้านในเดือนเมษายนปีต่อไป

ชี้ “วิศวกร” อยากได้ข้อมูลที่ได้มาจากสนามมากยิ่งกว่าเดิม เพื่อการพัฒนาแล้วก็เซ็ตอัพรถแข่งแม้ว่าจะพึ่งคว้าแชมป์โลกก็ตาม ตอนนี้ ซูซูกิ แล้วก็ อพริเลีย เป็นเพียงแต่ 2 กลุ่มผู้ผลิตที่ยังไม่มีกลุ่มแซ็ตเทิลไลต์ในกริดสตาร์ท ในสมัยโมเดิร์น

ซึ่งต่อสู้กันด้วยข้อมูลสำคัญจากการแข่งขัน เพื่อนำมาสู่การพัฒนา จะเอายังไง หากแม้พวกเขาครอบครองแชมป์โลกได้จากผลงานของ โจอัน เมียร์ ในปี 2020 ความต้องการเอง

แต่ว่า ดาวิเด บริวิโอ กลุ่มบอสของ ซูซูกิ กลับเห็นด้วยว่านักบิดเพียงแค่ 2 คนบนกริดสตาร์ท จะไม่พอในการเก็บข้อมูลต่างๆอีกต่อไป

จากคำสัญญาของกลุ่มโรงงาน และก็กลุ่มอิสระส่วนมาก จะต่อสัญญาจากฉบับปัจจุบันนี้ในตอนสิ้นปีนี้ กับ ดอร์น่า สปอร์ต ฝ่ายจัดการแข่ง

โดยมีเพียง เคทีเอ็ม ที่มีข้อตกลงไปถึงตอนปลายปี 2021 ขณะที่กลุ่มแซ็ตเทิลไลต์ของ ซูซูกิ ได้โอกาสจะปรากฏตัวในปี 2022

ดังนี้ ปัจจุบัน เกรซินี ได้ต่อสัญญากับ ดอร์น่า เพื่อส่งกลุ่มอิสระเป็นเวลา 5 ปี นับจากปี 2022-2026 โดยกลุ่มจะแยกทางจาก อพริเลีย ในปี 2022

อย่างไรก็ตาม บริวิโอ้ พูดว่าฝ่ายบริหารของ ซูซูกิ ต้องตัดสินใจด้านในม.ย.นี้ ซึ่งเป็น “เส้นตาย” ที่แบรนด์จะสามารถเรียมรถแข่งเพิ่มได้ สำหรับกลุ่มลูกค้าในปี 2022

“เกี่ยวกับกลุ่มแซ็ตเทิลไลต์ พวกเราคุยในประเด็นนี้อย่างหนัก ถึงแม้จากบางมุมมองคุณอาจมีความคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีก็ได้ เพราะเหตุว่าเราเพิ่งจะคว้าแชมป์โลก” บริวิโอ้ ตอบ

“แต่วิศวกรของพวกเราไม่เห็นด้วย (ที่จะไม่มีกลุ่มอิสระ) เพราะว่าในสนามแข่งพวกเรารู้สึกได้ว่าควรต้องได้รับข้อมูลเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งนักบิดเพียงแค่ 2 คนจากเหตุการณ์เดียวกันนี้ก็ไม่พอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจและก็พวกเราสามารถลงเก็บข้อมูลจากแทร็กแห้งได้เพียงแค่เล็กๆน้อยๆ การมีนักบิดมากขึ้นจะช่วยให้พวกเรามีข้อมูลมากขึ้น” ข่าวโมโตจีพี

จะเอายังไง

ชี้เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มจำเป็นต้องเชื่อถือ “ยามาฮ่า”

“ดิอาโบล” ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ยอดนักบิดใจร้อนชาวเฟรนช์ แสดงความเห็นว่า “นักบิดยามาฮ่า” ทุกคนจะต้อง “เชื่อถือ” ว่าต้นสังกัดจะแก้ไขปัญหาที่เกิดสังกัดรถแข่งได้ แม้ว่าจะพบวิกฤติกับ M1 ในปี 2020 จนกระทั่งเป็นต้นเหตุให้เสียโอกาสในการลุ้นแชมป์โลก

ยามาฮ่า จบฤดู 2020 ด้วยการเป็นรถแข่งที่คว้าแชมป์ได้มากที่สุดถึง 7 ครั้ง จากผลงานของ ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี นักบิดอิตาเลียนที่ใช้รถแข่ง M1 A-Spec 2019 ก่อนที่จะเขาจะคว้ารองแชมป์โลกมาครอบครอง

ตอนที่กลุ่มเมทอย่าง ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ที่คว้าชัยชนะ 2 สนามแรกจากรถแข่ง M1 ตัวโรงงาน กลับฟอร์มไม่คงเส้นคงวา แม้ว่าจะเก็บแชมป์ได้เพิ่มเติมอีก 1 สนาม แต่ว่าก็ไม่เพียงพอให้ลุ้นแชมป์ ก่อนจะจบฤดูด้วยชั้น 7 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ

รถแข่ง M1 ในปี 2020 ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเผชิญกับปัญหาอย่างมากในเรื่อง ความสอดคล้องกันของความสามารถ “เครื่องยนต์” แล้วก็ “การยึดเกาะ” ที่ล้อหลัง รวมทั้งการเข้าโค้ง เมื่อเปรียบเทียบกับรถแข่ง M1 A-Spec ตัวเก่าของ มอร์บิเดลลี

กวาร์ตาราโร ที่จะขยับขึ้นไปบิดให้กับกลุ่มโรงงานยามาฮ่า ข้างเคียง มาเวริค บีญาเลส ในโมโตจีพีปีต่อไป ยอมรับว่า ฤดู 2020 เป็นปีที่แย่ที่สุดสำหรับเขา

เวลาเดียวกันดาวบิดเฟรนช์ยังเอ่ยถึง ฤดู 2021 ว่า “นักบิดยามาฮ่า” ทุกคนต้อง “เชื่อมั่น” ในความรู้ความเข้าใจของวิศวกรในกลุ่ม ดูบอลสด

“ผมมิได้มีประสบการณ์เยอะมาก แม้กระนั้นผมมีความคิดที่แฟร์พอที่จะเอ๋ยถึง ยามาฮ่า รวมทั้งมองว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งเราจะต้องเชื่อมั่นในตัวพวกเขาด้วย” กวาร์ตาราโร กล่าว

“รวมทั้งมันก็จะดีเช่นเดียวกันที่จะบอกพวกเขาว่ารถแข่งมันยังไม่ดีเพียงพอ พวกเขาต้องทำงานมากขึ้น แต่ว่าพวกเราก็จึงควรเชื่อถือในตัวพวกเขาด้วย

ภายหลังได้สร้างรถแข่งที่เพอร์เฟ็คในปีที่ล่วงเลยไป รวมทั้งสำหรับผมฤดูที่แล้ว (2019) เป็นตัวอย่างที่ดี เนื่องจากว่ามันเป็นปีแรกของผมใน โมโตจีพี”

“ผมคิดว่าพวกเราจำต้องเชื่อถือดวงใจตัวพวกเขา บอกพวกเขาถึงไอเดียของพวกเรา รวมทั้งจากนั้นสิ่งจำเป็นที่สุดเป็นพวกเราต้องเชื่อถือในโปรเจ็กต์ที่พวกเราทำอยู่”

“ผมกำลังจะก้าวขึ้นไปบิดในชุดแต่งกายของกลุ่มโรงงาน แน่ๆว่าผมแทบจะห้ามใจคอยไม่ไหว ที่กำลังจะได้ศึกษาสิ่งต่างๆที่ผมคิดเอาไว้”